วิธีเลือกเครื่องพิมพ์วันหมดอายุให้เหมาะกับสายการผลิต

คู่มือสำหรับเจ้าของโรงงาน ฝ่ายผลิต และฝ่ายจัดซื้อ ที่ต้องการเลือกเครื่องพิมพ์วันผลิต วันหมดอายุ และเลขล็อต ให้ตรงกับสินค้าและสายการผลิต อ่านจบใน 5 นาที

เผยแพร่ · อัปเดตล่าสุด · โดยทีมวิศวกร StepLine

เลือกเครื่องพิมพ์วันหมดอายุจากอะไร?

ให้เลือกจาก 5 เรื่องตามลำดับ คือ วัสดุที่ต้องพิมพ์ ความเร็วสายพานและระยะชิ้นงาน ข้อมูลที่ต้องพิมพ์ (ข้อความหรือบาร์โค้ด) สภาพแวดล้อมโรงงาน และต้นทุนรวมระยะยาว โดยทั่วไป ขวดและกระป๋องใช้ CIJ กล่องกระดาษใช้ TIJ ซองฟิล์มใช้ TTO งานนอกสายพานใช้ Handheld และถ้าไม่ต้องการหมึกให้ใช้เลเซอร์

1. พิมพ์บนวัสดุอะไร?

วัสดุคือเกณฑ์ที่ตัดตัวเลือกได้มากที่สุด เพราะหมึกและเลเซอร์แต่ละแบบยึดติดหรือทำปฏิกิริยากับวัสดุไม่เหมือนกัน

  • แก้ว โลหะ ขวด PET พลาสติกผิวมัน: CIJ หมึกโซลเว้นท์ หรือเลเซอร์ (CO2 สำหรับ PET, Fiber สำหรับโลหะ)
  • กล่องกระดาษ กล่องยา ฉลากกระดาษ: TIJ หรือ เลเซอร์ CO2
  • ซองฟิล์ม ฉลากม้วน บรรจุภัณฑ์อ่อน: TTO
  • พลาสติกสีขาว ฟิล์มบาง บรรจุภัณฑ์ยา: UV Laser หรือ TIJ หมึกโซลเว้นท์
  • ไม้ พาเลท ชิ้นงานใหญ่: Handheld หรือ CIJ

2. สายพานวิ่งเร็วแค่ไหน และชิ้นงานอยู่ห่างหัวพิมพ์เท่าไร?

ถ้าสายพานเร็วมาก หรือชิ้นงานแกว่งและอยู่ห่างหัวพิมพ์หลายมิลลิเมตร CIJ รองรับได้ดีที่สุด (ระยะพิมพ์ 2–15 มม.) TIJ ต้องให้ชิ้นงานวิ่งใกล้หัวพิมพ์ (1–4 มม.) และสม่ำเสมอ ส่วน TTO ทำงานตามจังหวะของเครื่องบรรจุ ถ้าชิ้นงานไม่ได้อยู่บนสายพานเลย ใช้ Handheld

3. ต้องพิมพ์แค่วันที่ หรือต้องมีบาร์โค้ด / QR Code ด้วย?

ถ้าพิมพ์แค่ MFG / EXP / LOT สั้นๆ เครื่องทุกแบบทำได้ แต่ถ้าต้องพิมพ์ QR Code, DataMatrix หรือโลโก้ให้สแกนอ่านได้ทุกชิ้น ควรเลือกเครื่องความละเอียดสูง เช่น TIJ (600 dpi), TTO (300 dpi) หรือเลเซอร์ งานยาและงานตรวจสอบย้อนกลับมักต้องการระดับนี้

4. สภาพแวดล้อมในโรงงานเป็นอย่างไร?

  • ความชื้นหรือหยดน้ำบนผิวงาน: เลือกหมึกสูตรเฉพาะ หรือติดตั้งลมเป่าผิวงานก่อนพิมพ์
  • ห้องสะอาดหรือไม่ต้องการกลิ่นตัวทำละลาย: เลเซอร์ หรือ TIJ หมึกฐานน้ำ
  • ฝุ่นมาก อากาศร้อน: ควรเลือกเครื่องที่มีระดับการป้องกันฝุ่นและน้ำเหมาะสม และวางแผนบำรุงรักษาสม่ำเสมอ
  • ใช้เลเซอร์: ต้องมีระบบดูดควันและฝาครอบป้องกันแสง

5. คิดต้นทุนรวม ไม่ใช่แค่ราคาเครื่อง

ต้นทุนจริงคือ ราคาเครื่อง + ค่าวัสดุสิ้นเปลืองต่อเดือน (หมึก น้ำยา ตลับ ริบบอน) + ค่าบำรุงรักษาและอะไหล่ + ความเสียหายเมื่อสายการผลิตต้องหยุด เครื่องอิงค์เจ็ทราคาเริ่มต้นต่ำกว่า แต่มีค่าหมึกต่อเนื่อง ส่วนเลเซอร์ราคาสูงกว่าแต่แทบไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือน ยิ่งผลิตปริมาณมากและเดินเครื่องหลายกะ เลเซอร์ยิ่งคุ้ม

ตารางเปรียบเทียบเครื่องพิมพ์วันหมดอายุแต่ละแบบ

เปรียบเทียบเครื่องพิมพ์วันหมดอายุ CIJ / TIJ / TTO / Handheld / Laser
หัวข้อCIJTIJTTOHandheldLaser
หลักการพิมพ์พ่นหยดหมึกต่อเนื่อง ไม่สัมผัสชิ้นงานความร้อนดันหยดหมึกจากหัวพิมพ์ในตลับหัวพิมพ์ความร้อนละลายหมึกจากริบบอนอิงค์เจ็ทตลับหมึก ใช้มือเลื่อนพิมพ์ลำแสงเลเซอร์เปลี่ยนสี/ลอกผิววัสดุ
ความละเอียด5x7 dot matrix (ปานกลาง)สูงสุด 600 dpi300 dpiสูงสุด 600 dpiสูง (ขึ้นกับชนิดเลเซอร์)
ความเร็วสูงสุด800 ม./นาที150 ม./นาที500 มม./วินาทีตามการเลื่อนมือ800–1,200 ตัวอักษร/วินาที
ระยะหัวพิมพ์ถึงชิ้นงาน2–15 มม.1–4 มม.กดสัมผัสบนฟิล์มแนบผิวชิ้นงานตามระยะโฟกัสเลนส์
พื้นผิวที่เหมาะขวด กระป๋อง ท่อ สายไฟ ผิวโค้งกล่องกระดาษ กล่องยา ผิวเรียบซองฟิล์ม ฉลาก บรรจุภัณฑ์อ่อนพาเลท กล่องวางกอง ชิ้นงานใหญ่กระดาษ PET พลาสติก โลหะ (ตามชนิดเลเซอร์)
บาร์โค้ด / QR Codeได้ (ขนาดไม่เล็กมาก)คมชัดมากคมชัดมากได้คมชัดมาก ถาวร
วัสดุสิ้นเปลืองหมึก + น้ำยา make-upตลับหมึกริบบอนตลับหมึกไม่มี
ต้นทุนต่อการพิมพ์ปานกลางปานกลางต่ำ–ปานกลางต่ำ (งานปริมาณน้อย)ต่ำที่สุด (ค่าเครื่องเริ่มต้นสูงกว่า)
การบำรุงรักษาล้างหัวพิมพ์ เปลี่ยนไส้กรองตามรอบน้อย เปลี่ยนตลับได้หัวพิมพ์ใหม่น้อย ดูแลหัวพิมพ์และริบบอนน้อยน้อย ทำความสะอาดเลนส์ ระบบดูดควัน

ตัวเลขอ้างอิงจากสเปกในหน้าสินค้าแต่ละรุ่น ความสามารถจริงขึ้นกับรุ่น พื้นผิว และการตั้งค่า ส่งชิ้นงานมาทดสอบพิมพ์กับ StepLine ได้

ตัวอย่างการเลือกตามอุตสาหกรรม

  • เครื่องดื่มและน้ำดื่ม: CIJ บนขวดและกระป๋อง หรือเลเซอร์ CO2 บนขวด PET
  • อาหารแบบซองและขนมขบเคี้ยว: TTO บนเครื่องบรรจุ และ TIJ หรือ CIJ บนกล่องรวม
  • ยาและเวชภัณฑ์: TIJ สำหรับ 2D code บนกล่องยา หรือ UV Laser บนขวดและแผงยา
  • ท่อ สายไฟ วัสดุก่อสร้าง: CIJ พิมพ์ต่อเนื่อง หรือ Fiber Laser สำหรับงานถาวร
  • ชิ้นส่วนโลหะและยานยนต์: Fiber หรือ Static Fiber Laser
  • คลังสินค้าและพาเลท: Handheld

ขั้นตอนเลือกและติดตั้งกับ StepLine

  1. แจ้งชนิดสินค้า บรรจุภัณฑ์ ความเร็วสายพาน และข้อความหรือโค้ดที่ต้องพิมพ์
  2. ส่งชิ้นงานจริงมาทดสอบพิมพ์ หรือนัดวิศวกรเข้าไปดูหน้างาน
  3. รับข้อเสนอรุ่นเครื่อง หมึกหรือวัสดุสิ้นเปลือง และวิธีติดตั้งที่เหมาะสม
  4. ติดตั้ง ตั้งค่า และอบรมพนักงานหน้างาน
  5. บริการหลังการขาย บำรุงรักษาตามรอบ และบริการฉุกเฉิน

คำถามที่พบบ่อย

เครื่องพิมพ์วันหมดอายุราคาประมาณเท่าไร?

ราคาขึ้นกับชนิดเครื่องและรุ่น โดยทั่วไป Handheld และ TIJ ราคาเริ่มต้นต่ำกว่า CIJ และ TTO ส่วนเลเซอร์ราคาเครื่องสูงกว่าแต่ไม่มีวัสดุสิ้นเปลือง ขอใบเสนอราคาตามงานจริงได้ที่ ติดต่อเรา

โรงงานขนาดเล็กควรเริ่มจากเครื่องแบบไหน?

ถ้ายังพิมพ์ด้วยมือหรือปริมาณไม่มาก เริ่มจาก Handheld หรือ TIJ ได้ เพราะลงทุนน้อยและใช้งานง่าย เมื่อปริมาณผลิตเพิ่มขึ้นค่อยติดตั้งเครื่องบนสายพาน

ใช้เครื่องเดียวพิมพ์ได้หลายวัสดุไหม?

ได้ในระดับหนึ่ง เช่น CIJ หมึกโซลเว้นท์พิมพ์ได้ทั้งแก้ว โลหะ และพลาสติก แต่ถ้าวัสดุต่างกันมาก เช่น กล่องกระดาษกับขวดโลหะ อาจต้องใช้หมึกต่างสูตรหรือเครื่องต่างชนิดเพื่อคุณภาพที่ดีที่สุด

ควรทดสอบพิมพ์ก่อนซื้อไหม?

ควรทดสอบทุกครั้ง โดยเฉพาะพลาสติก ฟิล์ม และผิวเคลือบ เพราะผลการยึดเกาะและความคมชัดต่างกันมากตามสูตรวัสดุ StepLine มีบริการทดสอบพิมพ์ตัวอย่างให้

ต้องมีพนักงานดูแลเครื่องเฉพาะไหม?

ไม่จำเป็น หลังติดตั้ง วิศวกรจะอบรมพนักงานหน้างานให้ใช้งานประจำวัน เติมหมึก และบำรุงรักษาเบื้องต้นได้ ส่วนงานบำรุงรักษาตามรอบใช้บริการทีมช่างของ StepLine

ไม่แน่ใจว่ารุ่นไหนเหมาะกับงานของคุณ? ส่งชิ้นงานมาทดสอบพิมพ์ หรือนัดวิศวกร StepLine เข้าไปดูหน้างานได้